ยายชา ดอต เน็ต
หัวข้อ

หน้าแรก

สามพราน
ตำบลยายชา
ประวัติศาสตร์
ภูมิศาสตร์
การศึกษา
ผลิตภัณฑ์
ท่องเที่ยว-ศิลปวัฒนธรรม
ขอขอบคุณ

สาระ
บทความ
ข่าวสาร
ค้นหาข้อมูล
เว็บลิ้งก์
ภาพกิจกรรม
ดาวน์โหลด

ร่วมด้วยช่วยกัน
เพิ่มลิงก์
ส่งข่าว
ส่งบทความ
ส่งรูป
ติดต่อสอบถาม

สนทนาสารพัน
กระดานสนทนา
คำถามที่ถามบ่อย
กระทู้
ข่าวสารมาใหม่
เปิดเพลงเพราะดีครับ
ขอติและชม
ขอติและชม
ไม่ทราบว่ามีแผนจะขอเ...
การออกอากาศ
ยอดนิยม
ยายชา ดอต เน็ต เว... [2]
ขอติและชม [1]
เงียบจังเลยเนอะ [1]
เปิดเพลงเพราะดีครับ [0]
ขอติและชม [0]
บทความล่าสุด
ขอขอบคุณ
ยายชาและตาเพชร
บรรณานุกรม
การปกครอง
สถานที่ท่องเที่ยว
บ้านเรือนในสามพราน
แต่ก่อนคนสามพรานอยู่บ้านฝากระดานกันเป็นส่วนมาก เพราะคนที่นี่ค่อนข้างมีฐานะดีเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำที่ทำให้สวนและนาได้ผลดี ช่วงสมัยรัชกาลที่ ๑-๕ ที่นิยมสร้างกันคือ เรือนทรงไทยยอดแหลม ๆ ทั้งนั้น บ้านไหนร่ำรวยเรือนทรงไทยจะมีหลายหลังคาเป็นหมู่ ถ้าสร้างอยู่ริมแม่น้ำหน้าบ้านจะมีบันไดลงท่าน้ำ หรือมีโป๊ะซีเมนต์สี่เหลี่ยมลอยอยู่ริมตลิ่งเป็ฯท่าเทียบเรือเมล์ไว้ขึ้นลงโดยเฉพาะสำหรับบ้านเข้าข้างๆ สะพานที่ทอดลงมายังโป๊ะจะมีอู่สำหรับจอดเรือที่ไว้ใช้ไปไหนมาไหน บ้านที่ร่ำรวยจะมีเรือหลายลำทั้งเล็กและใหญ่ บ้านไหนมีอาชีพค้าข้าวเปลือกก็จะมีเรือบรรทุกข้าวขนาดใหญ่จอดอยู่ด้วย บางบ้านมีกระทั่งเรือยนต์ เรือบื่อไว้ขับเล่นก็มี เสี่ยโอ เป็นชื่อของเศรษฐีรายหนึ่งที่เป็นที่รู้จักของคนในคุ้งน้ำนี้ มีเรือบื่อวิ่งเล่นในแม่น้ำนครชัยศรีอยู่บ่อยๆ บ้านอยู่แถวตลาดใหม่ บ้านนี้คือผู้สืบทอดเชื้อสายจากพระยาสุนทรบุรีศรีพิชัยสงครามภักดีสุริยะพาหะ เสนาบดู้มั่งคั่งในสมัยรัชกาลที่ ๖ ซึ่งเป็นต้นตระกูล กรรณสูตในปัจจุบัน
ในสมัยรัชกาลที่ ๖ วัฒนธรรมการสร้างบ้านแบบยุโรปเริ่มเข้ามามีบทบาทแก่ที่อยู่อาศัยของคนในกรุงเทพฯ มากขึ้น แม้ในสามพรานแต่ก่อนเคยมีบ้านทรงไทยอยู่กัน เมื่อจะสร้างบ้านใหม่ขึ้นก็มักจะสร้างเรือนปั้นหยา แบบปีนังซึ่งเป็ฯอาณานิคมของอังกฤษที่มลายู ตามกระแสสังคมในสมัยนั้น กุฏิและอาคารเรียนนักธรรมหลายวัดมู้สร้างถวายก็จะสร้างแบบปั้นหยากันเป็นส่วนใหญ่ เช่น ที่วัดไร่ขิง วัดท่าพูด วัดหอมเกร็ด วัดทรงคนอง ปัจจุบันอาคารดังกล่าวุพังไปแล้ว บ้านแบบปั้นหยานี้มีฝาผนังเป็นกระดานซ้อนกันเป็นเกล็ดตามแนวนอน หลังคาเป็นทรงปิรามิดไม่มีหน้าจั่ว บางแบบมีมุขยื่นออกมาตรงกลางก็มี จั่วที่มุขหลังคาบ้านก็จะมีแปลนเป็นรูปตัว T ( ที) บางหลังที่มุขยื่นอกมาทั้งสองข้างก็ตจะเป็นตัว U (ยู) ถ้ามียื่นมาข้างเดียวก็จะเป็นตัว L (แอล)

บ้านแบบยุโรปดังกล่าวไม่มีปีกนกที่ยื่นออกไปจากหลังคา เพื่อป้องกันฝนสาดเข้าหน้าต่างอย่างบ้านแบบเรือนไทยจึงทำให้แดดและฝนสาดส่องถูกฝาผนังบ้านผุพังเร็วกว่าเรือนไทย แต่กระนั้นคนไทยก็ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา ต่างก็ทนอยู่ไปเพราะเขาพอใจกับคำว่า สมัยใหม่ หรือทันสมัยมากกว่า ชั้นลูกหลานลงมาถ้าให้ย้อนกลับไปปลูกบ้านแบบเรือนไทยเดิม เขาก็จะบอกว่าล้าสมัยไม่เอาแล้ว โดยเขาจะไม่วิเคราะห์ดูว่า บ้านแบบใดที่เหมาะกับดินฟ้าอากาศของไทยเลย คำนึงแต่ความเหมาะกับสังคมเพียงประการเดียว ที่ต้องใช้เงินต่อเสริมเติมแต่งบ้านให้น่าอยู่สบายอีกหลายอย่างก็ตาม
หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ช่วง พ.ศ. ๒๔๙๐ - ๒๕๑๐ เมื่อมีสังกะสีและกระเบื้องกระดาษหรือกระเบื้องลอนคู่ขาย แนวโน้มการสร้างบ้านก็เปลี่ยนโฉมเป็นบ้านที่มีหลังคาเตี้ย แบนลงมาจากเดิมมากเพราะเห็นว่าเป็นแบบที่ประหยัดไม้โครงสร้างหลังคาลงมาไปมากที่ต้องมีจั่วมีขื่อและแนหลังคาสามารถครอบคลุมห้องต่างๆ ได้หลายห้อง สะดวกสบายในการนอนเป็นสัดส่วนแก่ พ่อ แม่ ลูก หลาน อย่างฝรั่ง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมไทยไปทีละน้อยๆสู่ความเป็นสากล แต่เขาเหล่านั้นคงไม่รู้หรอกว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ "ดินฟ้าอากาศ" อากาศยังคงร้อนอบอ้าวอยู่แดดยังคงร้อนจ้าอยู่ในเวลาบ่ายและเที่ยง ฝนยังคงตกหนักและบางครั้งพายุฝนก็สาดเข้าบ้านเปียกชุ่มถึงที่นอนหน้าน้ำหลากน้ำก็เข้ามาท่วมสวน ท่วมใต้ถุนบ้านทุกปี คนสมัยนี้ไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ สร้างบ้านชั้นเดียว สร้างบ้านหลังคาแบนๆ กันเพราะเห็นว่าราคาถูก ประหยัดเงิน แต่เมื่ออยู่ไปๆ ก็ต้องแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ เสียเงินเพิ่มเติมทีละน้อยๆโดยไม่รู้ตัว เช่น หลังคาบ้านเตี้ย ภายในบ้านร้อนระอุก็ซื้อแอร์มาติด กันสาดของบ้านไม่มี ฝนแดดก็สาดเข้าหน้าต่างก็ต้องปิดหน้าต่างไว้ หรือเปลี่ยนบานหน้าต่างเป็นกระจก แล้วปิดตายไม่เปิด ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ได้ ก็ต้องทนร้อนอยู่อย่างนั้น อย่างประหยัดก็ซื้อพัดลมมาใช้ คราวใดที่น้ำท่วมหนักๆ บ้านชั้นเดียวก็ถูกน้ำท่วมห้อง ไม่รู้จะหนีไปอยู่ชั้นไหนได้ เหล่านี้คือปัญหาของบ้านสมัยใหม่ ที่เรียกกันว่าแบบ "บังกะโล" อย่างฟอริด้า จากสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันความนิยมแบบบ้านบังกะโลหมดไป เหลือแต่คนจนเท่านั้นที่ยังคงชอบบ้านแบบนี้อยู่เพราะประหยัดเงิน เดี๋ยวนี้เป็นยุคสร้างบ้านขาย ช่างออกแบบบ้านจับเคล็ดลับรสนิยมของคนไทยได้ว่าคนไทยเห่อฝรั่งเขาจึงพยายามสร้างบ้านแบบฝรั่งขาย สร้างบรรยากาศหมู่บ้านจัดสรรเหล่านั้นให้เป็นฝรั่ง ถูกใจคนไทยมากเพราะเห็นว่าเป็นความทันสมัยไม่ตกยุค พยามยามปรับตัวให้มีรสนิยมแบบฝรั่งประกอบกับสิ่งแวดล้อมในสังคมไทยเพียบพร้อมไปด้วยวัฒนธรรมแบบฝรั่งทั้งสิ้น ไม่ว่าเสื้อผ้า อาหาร ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัย ตำรับตำรา นิตยสารทุกแขนง มีให้พบเห็นทุกที่ทุกแห่ง จึงทำให้คนไทยใฝ่ฝันถึงแต่ฝรั่งและความทันสมัย ละทิ้งความเป็นไทยไปเสียสิ้น ไม่ค่อยมีสิ่งที่เป็นไทยให้เลือก มีแต่ไทยแบบโบราณๆ เท่านั้น ซึ่งบางอย่างก็ไม่เหมาะสมกับกาลสมัย จึงหมดความพยายามที่จะเป็นไทย คนในสามพรานจะปลูกบ้านใหม่ก็จะปลูกบ้านแบบเดียวกับบ้านที่สร้างขายในหมู่บ้านจัดสรรเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบ้านเหล่านั้นก็ไปลอกแบบบ้านของสเปนมาบ้าง อังกฤษ สวิส เยอรมัน ฝรั่งเศส บ้าง นำมาแต่งเติมดัดแปลงต่างๆ กันไป แต่บ้านเหล่านั้นไม่บ่งบอกถึงความเป็นไทยแต่เดิมเลย ถ้าฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทยก็จะไม่ห็นหน้าตาของบ้านคนไทยแล้วความเป็ฯไทนเรื่องที่อยู่อาศัยเดี๋ยวนี้หาดูได้ที่วัดเท่านั้น
น่าสงสัยเหลือเกิน ว่าความเป็นไทยของคนสมัยนี้จึงต้องเหมือนอย่างฝรั่ง ทำไมไม่เหมือน ญี่ปุ่น จีน เกาหลี อาหรับ ถ้าวิเคราะห์ถึงเรื่องนี้คงจะบอกได้ว่า เพราะคนฉลาด ซึ่งเป็นนักธุรกิจจากยุโรปและอเมริกานั้นเขามีนิสัยล่าอาณานิคม ปล้มทรัพยากรของประเทศล้าหลังทางตะวันออกอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้เขายึดดินแดนกันได้ยาก เขาจึงหันมาปล้นเงินทองชาวเอเชียให้ซื้อแต่สินค้าของเขาฝ่ายเดียว พยายามโฆษณาด้วยภาพยนตร์ นิตยสาร แฟชั่น และวิทยาการใหม่ๆ สร้างความสะดวกสบายด้วยความจำใจให้กับคนไทยที่ต้องบริโภคแต่สิ่งที่เขาผลิตขึ้นเท่านั้นจนคนไทยต่างหลงใหลสุดกำลัง และไม่มีวันที่คนไทยจะทัดเทียมเขาได้ เมื่อเกิดความหลงใหลและพ่ายแพ้ความคิดแล้วการพ่ายแพ้ทางวัฒนธรรมก็เกิดขึ้น จนปัจจุบันนี้ ความเป็นไทยแทบสูญสิ้นแล้ว
คนสามพรานจะทำอย่างไร ตามให้ทันหรือให้ทันเขา คิดเอาเองก็แล้วกัน อยากจะบอกว่าอย่าหลงทางความคิดของมนุษย์นั้นปรับเปลี่ยนได้ คิดใหม่ทำใหม่ได้ ยังไม่สายเกินไป ขอเพียงอย่าเดียวคือ "รู้ทันเขาบ้าง"


เขียนโดยadmin เมื่อ 31 December 2006 15:07 1445 อ่านแล้ว · พิมพ์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อ

รหัสผ่าน



ขอเชิญทุกท่าน
สมัครสมาชิกที่นี่

ถ้าลืมรหัสผ่าน
สามารถขอใหม่ได้ที่นี่.
แบบสำรวจ
เพลงที่คุณชอบฟัง

ลูกทุ่ง

ไทยสากล

สากล

เพื่อชีวิต

วัยรุ่น

เข้าสู่ระบบก่อนโหวต
ฝากข้อความ
เข้าสู่ระบบก่อนฝากข้อความ

amnart
23/09/2010
อยากให้มีช่วงคุยเรื่องการ
ทำการเกษตร จาก ศิษย์เก่า น.ป. รุ่น 39 www.np39.com


eakapons
28/12/2009
ฟังวิทยุยังไงล่ะครับ งง

knoolek
19/12/2009
งาน "ทับแก้ว book fair" ครั้งที่ 4 จันทร์ที่ 11-อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2553 เวลา 3 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม แวะมาเยี่ยมเยียนกันใน ม.ศิลปากร นะคะ มาซื้อหาหนังสือดี ราคาถูก แถมพกด้วยกิจกรรมอีกมากม

kormon
08/12/2009
งานทับแก้ว Book Fair ครั้งที่ 4 จ้ดโดยหอสมุดพระราชวังสนาม
จันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม วันที่ 11-17 ม.ค. 2553 เวลา 9.00-20.00 น. ดูรายละเอียดที่ http://www.snamcn.lib.su.
ac.th/bookfair


kormon
08/12/2009
งานทับแก้ว Book Fair ครั้งที่ 4 จ้ดโดยหอสมุดพระราชวังสนาม
จันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม วันที่ 11-17 ม.ค. 2553 เวลา 9.00-20.00 น. สนใจดูรายละเอียดได้ที่ http://www.snamcn.lib.su.
ac.th/bookfa


Tomdandy
30/09/2009
สวัสดีดีเจทุกท่าน

athikom
04/07/2009
สวัสดีครับ ผ่านมาเยี่ยมทักทาย

amnart
08/05/2009
สวัสดีดีเจนุช, อัพ, กระแต เปิดเพลงเพราะดีครับ จากนาคประสิทธิ์รุ่น 39(WWW.NP39.COM)

kormon
30/04/2009
น่าจะสามารถฟังผ่าน internet ได้เหมือนสถานีวิทยุอื่นๆ นะครับ

romanpeople
28/05/2008
พี่เรียนด้านเศรษฐศาสตร์(M
AE) และเรียน MBA ครับ น้องๆคนไหนอยากเรียนด้านนี
้สอบถามได้ครับsmiley


ข้อความทั้งหมด
Copyright © 2006
ยายชา ดอต เน็ต อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม