ยายชา ดอต เน็ต
หัวข้อ

หน้าแรก

สามพราน
ตำบลยายชา
ประวัติศาสตร์
ภูมิศาสตร์
การศึกษา
ผลิตภัณฑ์
ท่องเที่ยว-ศิลปวัฒนธรรม
ขอขอบคุณ

สาระ
บทความ
ข่าวสาร
ค้นหาข้อมูล
เว็บลิ้งก์
ภาพกิจกรรม
ดาวน์โหลด

ร่วมด้วยช่วยกัน
เพิ่มลิงก์
ส่งข่าว
ส่งบทความ
ส่งรูป
ติดต่อสอบถาม

สนทนาสารพัน
กระดานสนทนา
คำถามที่ถามบ่อย
กระทู้
ข่าวสารมาใหม่
เปิดเพลงเพราะดีครับ
ขอติและชม
ขอติและชม
ไม่ทราบว่ามีแผนจะขอเ...
การออกอากาศ
ยอดนิยม
ยายชา ดอต เน็ต เว... [2]
ขอติและชม [1]
เงียบจังเลยเนอะ [1]
เปิดเพลงเพราะดีครับ [0]
ขอติและชม [0]
บทความล่าสุด
ขอขอบคุณ
ยายชาและตาเพชร
บรรณานุกรม
การปกครอง
สถานที่ท่องเที่ยว
พื้นเพและอาชีพหลัก
คนท้องถิ่นตั้งเดิมแถบอำเภอสามพรานเป็นไทยสมัยอยุธยา และคนมอญจากเมืองหงสาวดี ดังเห็นได้ว่าบรรดาวัดริมแม่น้ำนครชัยศรีมีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันของไทยสมัยอยุธยาและหงสาวดี คือ ตัวโบสถ์มักเป็นแบบอยุธยา หน้าวัดริมแม่น้ำจะมีเสาหงส์ตั้งอยู่ถึง ๑๐ เมตร เป็นเสาไม้กลมบ้างแปดเหลี่ยมบ้างยอดเสามีตัวหงส์หล่อด้วยโลหะประดิษฐานอยู่ บางวัดมีเจดีย์ทรงมอญ ชื่อของวัดหลายแห่งบ่งบอกว่าเป็นภาษาของมอญ เช่น วัดหอมเกร็ด ( วัดหอมกรุ่นเป็นชื่อในแผนที่สมัยรัชกาลที่ ๖ ) วัดทรงคนอง วัดไทยาวาส ( ท่ามอญ ) วัดไร่ขิง ( มงคลจินดาราม ) วัดคงคาราม ( วัดกลางบางแก้ว ) ฯลฯ และอีกหลายวัดล้วนแต่มีเสาหงส์ปักอยู่หน้าวัดทั้งสิ้นสันนิษฐานได้ว่าชาวมอญกับขาวไทยคงร่วมกันบูรณะวัดร่วมกัน นานเข้าเสาหงส์พุพังลงแล้งก็ไม่มีวัดใดที่คิดจะทำขึ้นมาใหม่จึงไม่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันและการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่ต่างก็นับถือพุทธศาสนาด้วยกัน ทำให้การแบ่งเชื้อชาติหมดไปคงเหลือแต่ความเป็นไทยเท่านั้น
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นตั้งแต่รัชกาลที่ ๑-๓ ไทยยังมีสงครามกับเพื่อนบ้านอยู่เป็นระยะ ๆ ทำให้มีการอพยพเชลยศึกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเป็นกำลังพัฒนาประเทศ เชลยศึกเหล่านั้นถูกกำหนดให้นำมาไว้ที่ริมแม่น้ำนครชัยศรี โดยเฉพาะเขตอำเภอนครชัยศรี เช่น ชุมชนชาวลาวที่ใกล้วัดกลางคูเวียง ชุมชนชาวเขมรที่ใกล้วัดแคและวัดสัมปะทวนส่วนแขกฮินดูจากเขมรไว้ที่วัดโคกแขก และ มอญไว้ที่ทางราชบุรี แต่เดินทางผ่านแม่น้ำนครชัยศรีช่วงวัดท่ามอญวัดตรงนั้นจึงชื่อวัดท่ามอญ ช่วงรัชกาลที่ ๓ มีการอพยพย้ายถิ่นของคนจีนจากหลายจังหวัดของจีนแผ่นดินใหญ่เนื่องด้วยความลำบากในการดำรงชีพในจีน ต่างก็อพยพมาหาแหล่งดำรงชีพที่ดีกว่า จึงมุ่งตั้งหลักปักฐานในประเทศไทยโดยรอนแรมมาทางเรือเข้ามายังอ่าวไทยเพื่อที่จะมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาณพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งคนจีนเหล่านั้นก็ได้รับการต้อนรับด้วยดี ทำให้คนจีนแทรกตัวอยู่ในชุมชนไทยทุกหนทุกแห่งที่อยู่ริมแม่น้ำลำคลองในภาคกลางในอำเภอสามพรานก็เช่นเดียวกัน แรก ๆ คนจีนเหล่านี้ก็จะเป็นกรรมกรรับจ้างแรงงานให้กับคหบดีไปตลอดจนเป็นกรรมกรในโรงหีบอ้อยเพื่อทำน้ำตาลทรายส่งขายต่างประเทศในสมัยรัชกลที่ ๕ ซึ่งในระยะนั้นมีโรงหีบอ้อยอยู่หลายสิบโรงในเขตแม่น้ำนครชัยศรี ชาวจีนเมื่อรวบรวมเงินได้ก็จะทำการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ขายหมู ขายปลาทู ขายกาแฟ ฯลฯ นานเข้าก็เปลี่ยนสถานภาพโดยแต่งงานกับหญิงไทย และหญิงชาวเขมร มอญ และลาว เกิดการผสมผสานทางชาติพันธุ์ไปโดยปริยาย คนจีนมีความขยันและอดทน มีฝีมือทางช่างไม้ และทำการเกษตร คนจีนได้สร้างเรือนแพ ลอยอยู่ริมน้ำเป็นร้านขายของชำประจำชุมชน ต่อเรือไว้สำหรับบรรทุกของและเป็นพาหนะเดินทาง สร้างตลาดริมน้ำตามชุมชนหลายแห่งตลอดริมน้ำ ยกพื้นดินในที่ลุ่มให้เป็นร่องสวนสำหรับปลูกผักผลไม้ได้ รู้จักวิดน้ำเข้านา ด้วยระหัดที่ใช้แรงคนและระหัดที่ใช้พลังงานเครื่องยนต์และในที่สุดคนจีนเชื้อสายไทย ซึ่งเกิดในประเทศไทยก็ได้เป็นเจ้าของกิจการหลายอย่าง เช่น โรงสีข้าว ค้าข้าว เจ้าของโรงหีบ โรงคราม อู่ต่อเรือ โรงกระดาน โรงน้ำแข็ง ตลอดจนเป็นนายทุนเงินกู้แบบตกเขียวให้กับชาวนา ดังคำที่ชาวบ้านเล่าไว้ดังนี้
" วิธีหากินของจีนนอก ตามที่สังเกตมาเมื่อมีถึงก็รับจ้างเป็นลูกแรงทำงานโดนลำพังตัว ทำงานหาเงินได้แล้วมักกลับออกไปเสียส่วนหนึ่ง บางคนเมื่อหาทุนในขั้นต้นได้ คิดจะทำมาหากินในเมืองนี้จึงเอาทุนนั้นไปเสง ( เซ้ง ) ร้านขายของ"
" คนจีนเป็นกลุ่มที่เข้ากับคนกลุ่มอื่นได้โดยไม่ทะเลาะขัดแย้งกับใคร อาจเป็นเพราะนคจีนปรับตัวเก่ง เป็นกลุ่มที่มีฐานันดรทางเศรษฐกิจดีกว่ากลุ่มอื่นและคนกลุ่มอื่นมักยอมรับในการขัยนทำมาหากิน จึงไม่รังเกียจที่จะเกี่ยวดองด้วย ประกอบกับคนจีนที่อพยพมาส่วนใหญ่เป็นชายโสดหรือแต่งงานแล้วไม่ได้นำ ครอบครัวมาด้วย ส่วนมากมักได้แต่งงานกับหญิงไทยและคนกลุ่มอื่นในแถบลุ่มน้ำนครชัยศรี"
" การขายข้าวเปลือกเมื่อก่อนมีเถ้าแก่ประจำ เพราะไปเอาทุนเขามาเป็นการบังคับซื้อ เขาตีให้เท่าไรก็ต้องขาย ถ้าไม่ขายคราวหลังไปยืมเงินเขาก็ไม่ให้ เดี๋ยวนี้ขายที่ไหนก็ได้"
จะเห็นได้ว่าคนจีนมีบทบาททางเศษรฐกิจมาตั้งแต่อดีตถึงแม้นในปัจจุบันก็ตาม ร้ายค้าส่วนใหญ่ไม่ว่าในชุมชนหรือในเมืองใหญ่มักมีเจ้าของเป็นคนไทยเชื้อสายแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตลาดดอนหวาย ตลาดสามพรานและตลาดในตัวเมืองนครปฐม สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะคนจีนมีความขยันขันแข็ง อดทน ฉลาด กตัญญู ซื่อสัตย์ ประหยัด และรักพวกพ้องคนจีนด้วยกัน ถึงแม้ว่าคนจีนจะไม่ได้ซาบซึ้งในหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนาก็ตามเขาก้ไม่เกเรแต่ปัจจุบันมาถึงชั้นลูกหลานเลือดของความเป็นจีนจางลง ความเอาจริงเอาจังดังรุ่นบรรพบุรุษก็ค่อยอ่อนลงไปตามลำดับ
สำหรับคนไทยและคนพื้นถิ่นดั้งเดิมแถบสามพรานนั้นส่วนใหญ่เป็นคนสมถะ รักความสงบและความสะดวกสบาย ไม่กระตือรือร้นนัก ก็คงรักษาความเป็นชาวสวนเหมือนเดิม แต่มีแนวโน้มว่าจะท้อถอยในการทำสวนทำนาลงไปมาก ทั้งนี้เพราะปัจจัยหลายอย่าง เช่น การส่งลูกหลานเข้าศึกษาในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เมื่อจบแล้วมักไม่หันมาประกอยอาชีพตามพ่อแม่ ทำให้ตระกูลนั้นขาดแรงงานหันไปประกอบอาชีพอื่นที่ไกลบ้าน ถ้าบ้านใดเหลือแต่ผู้สูงอายุสองคนย่อมทำสนวอย่างเดิมได้ยาก จึงต้องปล่อยทิ้งร้างและขายที่ดินไปในที่สุด
การปลูกพืชผักแล้วกำหนดราคาไม่ได้ราคาต้องขึ้นกับผู้ค้า และไปเป็นไปตามกลไกของตลาด ทำให้ลงทุนแล้วได้กำไรน้อยจนถึงกับขาดทุนชาวสวนชาวนาจึงเลิกทำสวงและนา ปล่อยให้ทิ้งร้างรอคนมาซื้อที่ดินไป
น้ำเสีย อากาศสกปรก ศัตรูพืชดื้อยา ก็เป็นเหตุให้คนทิ้งสวนและนาไปทำอย่างอื่น
โรงงานอุตสาหกรรม จ้างแรงงานในท้องถิ่นไปทำงานได้เงินเป็นราบเดือนน่าสนใจกว่าทำสวนไปสามเดือนผ่านไปจึงได้เงินรอไม่ไหว
เหล่านี้ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันของท้องถิ่นสามพราน และยิ่งปัจจุบันมีปัญหายาเสพติดระบาด ก็ย่อมเป็นความบั่นทอนความเข้มแข็งของชุมชนให้อ่อนแอลง ปัญหาสังคมเกิดขึ้นท้วมท้นไม่ว่าในสามพรานและที่ไหน ๆ ยิ่งปัจจุบันมีการค้าข้ามชาติเข้ามายั่วยุให้คนไทยจับจ่ายใช้สอยอย่างขาดสติด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หนี้สินต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นไม่รู้จบ สามพรานเป็นเมืองสงบ บรรยากาศริมน้ำสดชื่นกำลังจะเปลี่ยนไปแล้วหรือไร เหล่านี้ผู้รับผิดชอบคงต้องหาทางทำบรรยากาศให้สมคำเล่าลือกระมัง
อย่างไรก็ตามบรรยากาศชุมชนอำเภอสามพราน ถ้าล่องเรือไปตามลำแม่น้ำจะเห็นว่าสองฝั่งยังเต็มไปด้วยสวนผลไม้ สลับกับบ้านเรือนชาวสวนในอดีต และบ้านคนต่างถิ่นที่มาซื้อที่ดินริมน้ำปลูกสร้างบ้านพักนอกเมืองสวย ๆ งาม ๆ เป็นระยะ ๆ ที่ริมน้ำจะมีคลองลึกเข้าไปถึงท้องนาเป็นจำนวนมากเพราะคลองเป็นสิ่งแบ่งเขตที่ดินของแต่ละบ้านมาแต่ครั้งดั้งเดิม ตั้งแต่หลังบ้านขึ้นไปจะเป็นสวนผลไม้ยกล่องสูงมีคันดินกันน้ำท่วมสวนรอบสวน เพราะในอดีตพอถึงฤดูน้ำหลากมาจากทางภาคเหนือราวเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ น้ำจะเข้าท่วมสวน ๓-๔ เดือน ถ้าสวนใดมีผลไม้ ส้ม กล้วย ฝรั่ง ชมพู่ องุ่น ถ้าปล่อยให้น้ำท่วมผลไม้เหล่านั้นก็จะตายหมดชาวสวนจึงทำขันดินป้องกันน้ำ สูบน้ำออกแต่การปล่อยให้น้ำท่วมบ้างเป็นบางปีกับทำให้ดินดีขึ้น น้ำจะชะล้างสารเคมีและปุ๋ยไปได้ทางหนึ่ง แต่ก่อนนั้นหน้าแล้งเดือนเมษายน น้ำทะเลหนุนน้ำเค็มขึ้นมาถึงอำเภอสามพรานและนครชัยศรี ชาวบ้านจะปล่อยให้น้ำเค็มเข้าท่วมสวน ๒-๓ วัน แล้วปล่อยออกให้แห้ง เพื่อเป็นการเพิ่มความหวานให้กับส้มโอด้วย แต่ปัจจุบันน้ำเค็มขึ้นมาไม่ถึงเพราะกรมชลประทานมักปล่อยน้ำจากเขื่อนทางกาญจณบุรีมาไล่น้ำเค็ม บางสวนจึงซื้อเกลือมาโรยโคนต้นส้มเพื่อให้ส้มโอมีรสดีและนิ่มนวล
ปัจจุบันถ้าเอ่ยถึงภาพรวมของอาชีพแถบสามพราน แล้วสิ่งที่เด่น คือ สวนผลไม้มากกว่าอย่างอื่น ถึงแม้จะมีโรงงานเข้ามาปะปนอยู่ก็ตามพื้นดินส่วนใหญ่ยังเป็นการเกษตรกรรมอยู่มาก ทั้งนี้เพราะความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินที่เกิดจากการพัดพาของตะกอนอินทรีย์วัตถุที่มากับน้ำในฤดูน้ำหลากในอดีต ทำให้เหมาะแก่การเพาะปลูกมากกว่าอย่างอื่น ฉะนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดจึงควรคำนึงถึงพื้นที่ฐานทรัพยากรอันสำคัญของท้องถิ่นเป็นสำคัญ ดินจึงเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยไม่ต้องลงทุน การสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นแผ่นดินที่ดีอยู่แล้วเท่ากับเป็นการทำลายทรัพยากรอันมีค่าไปอย่างน่าเสียดาย โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่เบียดบังความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เหลือน้อยลงแล้วยังปล่อยน้ำเสียจากการผลิตลงสู่แม่น้ำลำคลอง และพื้นดินรอบ ๆ โรงงานให้เป็นอันตรายต่อชุมชนตลอดลำน้ำอีกด้วย ทำให้สัตว์น้ำสูญพันธุ์ ใช้น้ำในการทำสวน ทำนา และอาบกินไม่ได้นับว่าเป็นการพัฒนาที่ผิดทาง สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นหน้าที่ของชุมชนเอง องค์การบริหารส่วนตำบลต้องช่วยกันปกป้องไม่น่าจะอนุญาตให้มีการประกอบกิจการที่เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของอำเภอสามพรานอีกต่อไป

เขียนโดยadmin เมื่อ 31 December 2006 14:50 1277 อ่านแล้ว · พิมพ์
เข้าสู่ระบบ
ชื่อ

รหัสผ่าน



ขอเชิญทุกท่าน
สมัครสมาชิกที่นี่

ถ้าลืมรหัสผ่าน
สามารถขอใหม่ได้ที่นี่.
แบบสำรวจ
เพลงที่คุณชอบฟัง

ลูกทุ่ง

ไทยสากล

สากล

เพื่อชีวิต

วัยรุ่น

เข้าสู่ระบบก่อนโหวต
ฝากข้อความ
เข้าสู่ระบบก่อนฝากข้อความ

amnart
23/09/2010
อยากให้มีช่วงคุยเรื่องการ
ทำการเกษตร จาก ศิษย์เก่า น.ป. รุ่น 39 www.np39.com


eakapons
28/12/2009
ฟังวิทยุยังไงล่ะครับ งง

knoolek
19/12/2009
งาน "ทับแก้ว book fair" ครั้งที่ 4 จันทร์ที่ 11-อาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2553 เวลา 3 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม แวะมาเยี่ยมเยียนกันใน ม.ศิลปากร นะคะ มาซื้อหาหนังสือดี ราคาถูก แถมพกด้วยกิจกรรมอีกมากม

kormon
08/12/2009
งานทับแก้ว Book Fair ครั้งที่ 4 จ้ดโดยหอสมุดพระราชวังสนาม
จันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม วันที่ 11-17 ม.ค. 2553 เวลา 9.00-20.00 น. ดูรายละเอียดที่ http://www.snamcn.lib.su.
ac.th/bookfair


kormon
08/12/2009
งานทับแก้ว Book Fair ครั้งที่ 4 จ้ดโดยหอสมุดพระราชวังสนาม
จันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม วันที่ 11-17 ม.ค. 2553 เวลา 9.00-20.00 น. สนใจดูรายละเอียดได้ที่ http://www.snamcn.lib.su.
ac.th/bookfa


Tomdandy
30/09/2009
สวัสดีดีเจทุกท่าน

athikom
04/07/2009
สวัสดีครับ ผ่านมาเยี่ยมทักทาย

amnart
08/05/2009
สวัสดีดีเจนุช, อัพ, กระแต เปิดเพลงเพราะดีครับ จากนาคประสิทธิ์รุ่น 39(WWW.NP39.COM)

kormon
30/04/2009
น่าจะสามารถฟังผ่าน internet ได้เหมือนสถานีวิทยุอื่นๆ นะครับ

romanpeople
28/05/2008
พี่เรียนด้านเศรษฐศาสตร์(M
AE) และเรียน MBA ครับ น้องๆคนไหนอยากเรียนด้านนี
้สอบถามได้ครับsmiley


ข้อความทั้งหมด
Copyright © 2006
ยายชา ดอต เน็ต อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม